การจารใบลาน มรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนา

การจารใบลาน มรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนา

ใครที่ได้มีโอกาสไปทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรมที่วัด อาจจะเคยเห็นคัมภีร์ใบลานที่พระท่านถือเวลาเทศนาให้กับญาติโยมได้รับฟังกันในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา แต่เคยสงสัยกันไหมว่าใบลานเหล่านี้มาจากไหน และมีความเป็นมาอย่างไร ไม่รอช้าวันนี้เราได้ไปเสาะหาเรื่องราวที่น่าสนใจของใบลาน และการจารใบลาน ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนามาฝากกัน

ใบลาน ได้จากต้นลาน ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ และเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในตระกูลปาล์ม ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและอเมริกา ถือเป็นไม้เศรษฐกิจของไทย ด้วยประโยชน์ที่ได้รับจากส่วนต่าง ๆ ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค เรียกว่าสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ยอดไปจนถึงรากเลยทีเดียว

เช่น ยอดใบลาน ใช้ทำเป็นหนังสือเรียกว่าว่า “คัมภีร์ใบลาน” การ์ด นามบัตร ที่คั่นหนังสือ ตลอดจนผลิตภัณฑ์จักสาน จำพวก พัด หมวกงอบ เสื่อ กระเป๋า โมบายรูปสัตว์ การ์ด และนามบัตรต่าง ๆ เป็นต้น

จากข้อมูลประวัติศาสตร์พบว่า การจารหนังสือบนใบลาน เริ่มขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ต่อมาเทคนิควิธีและแนวคิดนี้ได้แพร่หลายไปพร้อมกับความเจริญของพระพุทธศาสนาในหลายประเทศแถบเอเซีย ส่วนใหญ่นิยมจารใบลานเกี่ยวกับพระธรรม คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา เช่น คัมภีร์พระไตรปิฎก และเนื้อหาของรามเกียรติ์ โดยอักษรที่ใช้ ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี และอักษรขอม

ในประเทศไทย การจารใบลานถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน ในสมัยนั้น ซึ่งแบ่งตัวอักษรสำหรับใช้งานเป็น 2 ลักษณะได้แก่ “อักษรฝักขาม” นิยมใช้เขียนบันทึกและวรรณคดีทางโลก ส่วนอักษร “อักษรธรรมล้านนา” นิยมใช้บันทึกหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยมีขั้นตอนการทำหนังสือใบลานแบบดั้งเดิมดังนี้

1.เตรียมใบลาน ด้วยการทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า จากนั้นนำมาผึ่งแดด ตากน้ำค้างทิ้งไว้ประมาณ 4 คืน นำไป ต้มด้วยน้ำซาวข้าวเพื่อให้ขาวและอ่อนตัว เสร็จแล้วนำขึ้นผึ่งแดด ตากน้ำค้างอีก 2 แดด (โบราณนิยมทำในฤดูหนาว เพราะไม่มีน้ำค้าง) เมื่อใบลานนิ่มแล้วดึงเอาก้านออก ม้วนเหมือนกระดาษทิชชู เพื่อให้ใบลาน เหยียดตรง นำใบลานที่เตรียมไว้มาแทงด้วยเหล็กร้อนให้เกิดรู 2 ข้าง เว้นระยะให้เท่า ๆ กัน จากนั้นนำก้านลานมาร้อยซ้อนกันจนได้มัดใบลานที่ขนาดพอเหมาะ นำท่อนไม้ขนาดใหญ่วางทับไว้ 4-5 วัน จนแห้งสนิท ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ณ หอสมุดแห่งชาติ พบว่าใบลานจัดเป็นวัสดุที่มีความคงทนและเก็บรักษาได้นับร้อยปี

2.การจารใบลาน ใช้เหล็กจารเขียน หรือเรียกกันเป็นสามัญว่า “จาร” ตัวหนังสือให้เป็นรอยลึกลงในเนื้อลาน รูปอักษรที่เขียนด้วยวิธีจารเรียกว่า “เส้นจาร” เริ่มจากการตีเส้นโดนใช้เส้นด้ายเหนียว ขึงบนกรอบรูปไม้4เหลี่ยมผืนผ้า ใช้เป็นเส้นบรรทัดตามจำนวนที่ต้องการ จากนั้นผสมเขม่าไฟกับน้ำให้ข้น แล้วนำลูกประคบไปชุบและลูบไปตามเส้นด้าย วางกรอบลงบนใบลานที่จะจาร แล้วดึงเส้นด้ายออกทีละเส้น ดีดเขม่าลงบนใบลาน เพื่อกำหนดเส้นบรรทัด วางลงบนสนับรองจาร เมื่อจารเสร็จใช้ลูกประคบจุ่มเขม่าไฟผสมน้ำมันยาง ปาดเบา ๆ ไปบนตัวอักษรที่จารไว้ แล้วจึงค่อยใช้ทรายละเอียดขัดเบา ๆ เป็นวงกลมเพื่อให้น้ำมันยางและเขม่าหลุดออก เหลือไว้แต่ตัวอักษร

3. การเข้าผูก นำหนังสือใบลานที่เรียงลำดับอังกาบ ตามตัวเลขและอักษรที่ระบุไว้ ให้ได้ 24 ลาน จึงเรียกว่า 1 ผูก โดยเรียงใบลานเปล่าไว้ทั้งด้านหน้า และหลัง เช่นเดียวกับปกหนังสือ จากนั้นใช้ด้ายผูกร้อยในรูที่เจาะไว้ เรียกว่า “สายสนอง” นิยมร้อยไว้เฉพาะด้านซ้าย เพื่อความสะดวกในการเปิดอ่าน

ในอดีต คัมภีร์ใบลานเป็นการแสดงฝีมือในเชิงช่างของแต่ละชุมชน ไว้บนแผ่นไม้ที่ใช้ประกบคัมภีร์ใบลาน ด้วยการลงรักปิดทอง ฝังมุก หรือประดับกระจกด้วยเทคนิคโบราณ แล้วห่อด้วยผ้าทอพิมพ์ลาย ผ้าปัก ที่สวยงามประณีต เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหาย

การจารใบลาน นับเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนาที่น่าภาคภูมิใจอีกชิ้นหนึ่ง เพราะนอกจากประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว การจารใบลานยังมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีต สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความรักความศรัทธาของบรรพชนที่ต้องการช่วยกันสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

หลายคนเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อนเป็นสิ่งแรกก่อนอาหารเช้า บางทีมื้อเช้าจะดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียวเท่านั้น แต่การดื่มกาแฟขณะท้องว่างจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า เรื่องนี้นักโภชนาการให้คำตอบว่าร่างกายคนเราตอบสนองสิ่งที่กินและดื่มไม่เหมือนกัน ผลกระทบจากการดื่มกาแฟจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว บางคนดื่มกาแฟโดยไม่มีปัญหาใด ๆ แต่บางคนอาจไวต่อคาเฟอีนเป็นพิเศษ เมื่อดื่มกาแฟในขณะท้องว่างจึงไม่ใช่เรื่องดีเลย ส่งผลให้จุกเสียดแน่นท้องเพราะอาหารไม่ย่อยหรือรู้สึกกระวนกระวายใจผิดปกติ ถ้าดื่มแล้วรู้สึกไม่สบาย ก็ควรปรับนิสัยการรับประทาน แต่ถ้าไม่รู้สึกถึงผลเสียใด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดดื่ม

หลังดื่มกาแฟลองสังเกตว่าเกิดปัญหาท้องอืด จุกเสียด มือสั่น ใจสั่น กระวนกระวาย กระสับกระส่ายนอนไม่หลับและหัวใจเต้นเร็วหรือไม่ กาแฟที่มีคาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นการผลิตกรดในกระเพาะอาหารอาจทำให้บางคนรู้สึกระคายเคืองกระเพาะอาหาร มีอาการเสียดท้องและกรดไหลย้อน บางคนอ่อนไหวมากจะไม่สบายอย่างเห็นได้ชัดเจน แนะนำว่าระหว่างจิบกาแฟให้รับประทานขนมปัง กล้วยสุก ไข่ ผลไม้ที่ไม่ใช่รสเปรี้ยว หรือของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร

ถามว่าการดื่มกาแฟขณะท้องว่างกับปัญหาของระบบย่อยอาหารเชื่อมโยงกันอย่างไร จนถึงปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่เจาะจงศึกษาถึงเรื่องนี้ออกมาไม่มากนัก แต่พอจะสรุปได้ว่าถ้าใครมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงดื่มกาแฟขณะท้องว่าง รวมทั้งระมัดระวังไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมมากเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุของกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้องได้เหมือนกัน

ฤทธิ์กระตุ้นของสารคาเฟอีนทำให้กล้ามเนื้อในลำไส้ใหญ่บีบตัวมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ ในกาแฟมีส่วนช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าเครื่องดื่มอื่นที่ไม่มีคาเฟอีนก็สามารถกระตุ้นการหดตัวของลำไส้ใหญ่ได้ ตรงจุดนี้ชี้ให้เห็นว่าบางครั้งการดื่มกาแฟขณะท้องว่าง อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการไม่สบาย แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากอาหารอย่างอื่น

กรณีที่บางคนมีปัญหาระบบทางเดินอาหารและโรคลำไส้แปรปรวนอยู่แล้ว การดื่มกาแฟอาจทำให้ท้องเสียสลับท้องผูกและอาการแย่ลงก็เป็นได้ สารคาเฟอีนมีผลต่อคอกาแฟแตกต่างกันไป ควรใส่ใจสังเกตตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่สบายเป็นประจำเมื่อดื่มกาแฟขณะท้องว่าง หรือท้องเสียเมื่อทานอาหารและของว่างบางอย่างพร้อมกับกาแฟ ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น

มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ถึงอาการไม่สบาย ดื่มกาแฟแก้วเดียวอาจไม่เป็นอะไร แต่ถ้าดื่มหลายแก้วแล้วรู้สึกไม่ดี มีอาการผิดปกติ ควรปรับตัวตามความเหมาะสม เรื่องปริมาณสารคาเฟอีนก็มีส่วนสำคัญ แต่ผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลอยู่แล้ว แม้จะคิดว่าดื่มน้อยกว่าแล้ว แต่แค่กาแฟถ้วยเดียวก็อาจทำให้มีอาการกังวล รู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายมากกว่าคนทั่วไปที่ดื่มกาแฟ 3 แก้วก็เป็นได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากันนั่นเอง

อาชีพเสริมน่าทำในช่วงไวรัสโควิดระบาด

อาชีพเสริมน่าทำในช่วงไวรัสโควิดระบาด

จากภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเมื่อต้นปี ทำให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงถดถอย และส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินของแทบทุกครัวเรือนด้วย การทำอาชีพเสริมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคนี้ เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป และอาจต่อยอดเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้ ดังนี้

1. เป็นยูทูปเบอร์
การเปิดช่อง YouTube เพื่อสร้างรายได้เป็นสิ่งที่ไม่ยากเลย เพราะมีผู้สนใจติดตามเนื้อหาสดใหม่อยู่ทุกวัน ขอเพียงคิดสไตล์การนำเสนอที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย มีทีมถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอที่มีฝีมือ หรือหากถ่ายทำคลิปด้วยตัวเองก็มีแอปพลิเคชันให้ใช้ฟรีมากมาย การโพสต์คลิปอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มีผู้ติดตามรวดเร็ว จนอาจผ่านกติกาสร้างรายได้ของ youtube ในไม่กี่เดือน

2. เป็นนักรีวิวสินค้า
นอกจากดารานักแสดงจะรีวิวสินค้าได้แล้ว คนทั่วไปที่มีความสามารถในการนำเสนอเรื่องราว บอกเล่าประสบการณ์จากการทดลองใช้สินค้าก็เป็นนักรีวิวที่มีชื่อเสียงมีรายได้หลักล้านได้เช่นกัน ทั้่งนี้สามารถศึกษาแนวทางจากยูทูปเบอร์ชื่อดังมากมาย โดยประเภทสินค้าที่นิยมจ้างรีวิว ได้แก่ ครีมบำรุงผิวหน้าและกาย อุปกรณ์ไอที สินค้าเกี่ยวกับเกม เป็นต้น

3. เป็นนักเขียนออนไลน์
มีเว็บไซต์ขายสินค้าจำนวนมากที่ต้องการนักเขียนผลิตบทความแนว SEO ส่งเสริมการขาย โดยมีค่าตอบแทนให้ตามหมวดที่เขียน เช่น หมวดความรัก แรงบันดาลใจ เศรษฐกิจ ข่าว เกมส์ สุขภาพ ฯลฯ โดยมีอัตราค่าตอบแทนประมาณ 100 คำ 10 บาท แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถทำบททดสอบเพื่อรับงานได้ และเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นก็อาจเขียนได้หลากหลายประเภทและสร้างรายได้เดือนละหลายหมื่นบาทจนทำเป็นงานประจำได้ด้วย

4. ขายอาหารออนไลน์
ในช่วงที่คนส่วนใหญ่ต้องปรับตัวทำงาน work from home และลดการเดินทางเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายครัวเรือน ธุรกิจขายและส่งอาหารถึงบ้านเป็นอาชีพเสริมที่มีรายได้ดีสวนกระแสเลยทีเดียว เพียงมีฝีมือในการทำกับข้าวและถ่ายรูปสวย ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ลงใน Facebook หรือ Instagram ก็สามารถรอรับการสั่งอาหารได้แล้ว

5. รับสอนพิเศษ
หากมีความรู้ในวิชาฟิสิกส์ เคมี คณิต หรือด้านภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ก็สามารถประกาศรับสอนในกลุ่มเฟซบุ๊กได้ หรือจะสมัครเป็นติวเตอร์กับโรงเรียนสอนพิเศษต่าง ๆ โดยจะจัดการเรียนการสอนแบบนัดเรียนตัวต่อตัวหรือผ่านระบบออนไลน์อย่าง zoom ก็ได้ ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงหรือตามคอร์สเรียน รวมแล้วเดือนละหมื่นกว่าบาทเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า แม้อยู่ในช่วงไวรัสโควิดระบาด แต่หากไม่ท้อแท้ก็สามารถพัฒนาตัวเองและนำความรู้ที่มีอยู่สร้างรายได้เสริมได้ เพียงเลือกสิ่งที่ถนัดและทำสม่ำเสมอ ก็จะมีโอกาสต่อยอดทำเป็นอาชีพที่มั่นคงคู่ขนานไปกับงานประจำได้ด้วย

3 สิ่งที่ควรรู้ การค้นหาตัวเองเพื่อความสุขในชีวิต

3 สิ่งที่ควรรู้ การค้นหาตัวเองเพื่อความสุขในชีวิต

การค้นหาตัวเอง คือ การต้องการทราบว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร มีจุดอ่อนและจุดแข็งตรงไหน บางคนอายุ 40 – 60 ปี ไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าตัวเองถนัด ชอบหรืออยากทำอะไร ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 3 สิ่งที่ควรรู้ ในการค้นหาตัวเองเพื่อให้ได้ทำสิ่งที่รัก จะได้มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ไม่ปล่อยชีวิตตามกระแสรอบข้าง
เมื่อมีความกล้าหาญ ไม่ปล่อยให้ชีวิตไปตามกระแสรอบข้างหรือฝืนทำในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ชอบหรือมีความถนัด เพื่อเลือกในสิ่งที่ตัวเองรักจริง ๆ ว่าอยากทำอะไร ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขในระยะยาว เนื่องจากทำสิ่งนั้นได้ดีและนำไปสู่ความสำเร็จอีกด้วย

2. เชื่อในเรื่องพรสวรรค์และพรแสวง
ความเชื่อในเรื่องพรแสวง มีบางคนบอกว่า ถ้าคุณทุ่มเททำอะไรอย่างจริงจังหรือเต็มที่เป็นเวลา 10,000 ชั่วโมง ก็จะทำให้เชี่ยวชาญหรือเก่งเรื่องนั้น แต่ในความเป็นจริงมีจุดแนวร่วมประสานกันอยู่ คือ นอกจากจะมีการฝึกฝนเรื่องพรแสวงแล้ว ก็ต้องมีพรสวรรค์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น BEETHOVEN ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ยังไม่ได้สะสมชั่วโมงการแต่งเพลงก็สามารถแต่งโน้ตเพลงได้มากมายจนโด่งดัง ลักษณะเช่นนี้เป็นพรสวรรค์ ซึ่งคนทั่วไปมักจะมีพรสวรรค์ในบางเรื่องอยู่ในระดับหนึ่งเช่นเดียวกันอยู่แล้ว หากได้ฝึกฝนต่อก็จะทำให้ทำสิ่งนั้นดีเยี่ยม เพราะฉะนั้น ไม่ควรปฏิเสธด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือพรแสวง

3. มี HERO ในดวงใจ
การที่จะมีแรงบันดาลใจอยากจะทำสิ่งที่รักนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเห็น HERO ในดวงใจ เช่น เด็กที่ชอบดูฟุตบอลแล้วได้เห็นนักฟุตบอลที่เก่งมาก ทำให้ชอบคนนี้เป็นพิเศษ จึงเกิดความรู้สึกว่า อยากจะเป็นนักฟุตบอล ความรู้สึกนี้บางทีเกิดมาชั่ววูบ 1 – 3 เดือน แล้วเลิกไป บางคนก็เกิดความรู้สึกยาวนานแล้วได้ทำตามนั้นจริง แต่คนที่ทำตาม HERO มักพบว่าเป็นคนส่วนน้อย เนื่องจากระบบการศึกษาในปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็น การเรียนมัธยมต้น มัธยมปลายแล้วต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อให้จบปริญญาตรี เมื่อจบแล้วต้องหางานทำให้ได้ก่อนเพื่อให้มีเงินเดือนใช้ จะได้มีความมั่นคงในชีวิต ทำให้เกิดความคิดว่าถ้าจะทำอย่างที่หัวใจเรียกร้องด้วยการตาม HERO ที่ชื่นชอบ ก็คงเสี่ยงเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินรอยตาม HERO ในดวงใจ อาจจะไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ก็สามารถทำได้ในบางเรื่อง เช่น นำแนวคิดและทัศนคติที่ดีของบุคคลต้นแบบที่ชื่นชอบมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์

3 สิ่งที่ควรรู้ในการค้นหาตัวเองเพื่อได้ทำสิ่งที่รักดังกล่าวข้างต้น บางคนบอกว่าเป็นเรื่องอุดมคติหรือพูดเล่น ๆ ได้ ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากบางคนได้ทำงาน 3 – 10 ปีแล้ว จะให้มาเปลี่ยนวิถีชีวิตตอนนี้แล้วเริ่มเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ ก็เกรงว่าจะทำไม่ได้ บางคนมีครอบครัวและมีลูกแล้ว จะให้วางมือจากงานที่ทำปัจจุบันเพื่อศึกษาการทำสิ่งที่รัก ก็คงคิดหนักเลยทีเดียว หากไม่กล้าลงมือทำ ได้แต่พูดคุย สุดท้ายก็ดำเนินชีวิตไปตามแบบเก่าหรือทำงานเดิมนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่ก็มีบางคนที่กล้าเปลี่ยนแปลงมาทำสิ่งที่ตนถนัดและชื่นชอบ ก็เป็นหนทางใหม่ที่อย่างน้อยก็มีความสุขและพอใจในการทำงานทุกวัน ส่วนจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวคุณเอง

เครื่องดื่ม 4 ประเภท ที่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี

เครื่องดื่ม 4 ประเภท ที่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี

เครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพนั้น ให้ผลการบำรุงที่แตกต่างกัน เนื่องจากการพัฒนาร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เครื่องดื่มบางชนิดดีกับคุณแต่อาจไม่ได้ผลกับคนอื่น หรือในทางตรงข้ามได้ผลดีกับคนอื่นแต่ไม่ดีกับคุณก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราจะมาแนะนำ 4 เครื่องดื่มที่คนส่วนใหญ่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี เพื่อเป็นแนวทางรักษาสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

1.ซุปไก่สกัด

เครื่องดื่มบำรุงกำลังประกอบด้วยโปรตีนซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับคนไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เพราะเมื่อได้ดื่มเข้าไปจะไม่รู้สึกเหนื่อยและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ส่วนในด้านราคาค่อนข้างแพง ถ้าคนที่ไม่ค่อยมีเงินมากนักก็สามารถทดแทนได้ด้วยการลงมือทำซุปไก่ได้ด้วยตัวเอง โดยการเริ่มต้นนำไก่ทั้งตัวมาตุ๋น แต่อย่างไรก็ตาม ซุปไก่สกัดก็มีสิ่งที่พึงต้องระวังเล็กน้อยสำหรับบางคน เนื่องจาก มี Uric Acid สูง ส่งผลทำให้มีโอกาสเป็นโรคเก๊าท์หรือปวดตามข้อได้

2.รังนก

รังนกเป็นเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยโปรตีนเช่นเดียวกับซุปไก่สกัด แต่จะมีความแตกต่างคือ คุณประโยชน์ในการบำรุงกำลังจะน้อยกว่าซุปไก่สกัด ส่วนในด้านคุณสมบัติพิเศษของรังนกก็จะเป็นในด้านรสชาติที่มีความอร่อยเนื่องจากรังนกมีที่มาจากสถานที่ธรรมชาติคือตามผนังถ้ำสูง ทำให้รังนกจะมีลักษณะหนาและไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย สำหรับในด้านของราคา รังนกมีราคาขายค่อนข้างแพง เนื่องจากในหนึ่งปี จะสามารถเก็บรังนกได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น

3.คอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีอยู่แล้วในร่างกายซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวพรรณ มีส่วนช่วยให้ผิวหนังมีความตึงและยืดหยุ่น โดยทางการแพทย์จะเรียกว่า Collagen1A1 แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตเครื่องดื่มคอลลาเจนมากมายโดยเฉพาะ Collagen Tripeptide หรือเป็นนาโนเปปไทด์ คอลลาเจนกลุ่มนี้ได้รับการวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยเรื่องผิวพรรณได้ดีขึ้น ช่วยเรื่องข้อเข่าและข้อต่อให้ขยับเคลื่อนไหวไปมาแบบไม่ติดขัด ซึ่งเป็นผลดีต่อนักกีฬาให้สามารถเล่นกีฬาได้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น

4.เครื่องดื่มประเภทวิตามิน

เครื่องดื่มวิตามินมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทุกคน แต่ก็ต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกชนิดที่เสริมวิตามินที่ร่างกายขาดแคลน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วประเทศไทยมักจะผลิตเครื่องดื่มวิตามิน B12 และจะไม่นิยมผลิตเครื่องดื่มวิตามินประเภทอื่น ๆ มากนัก ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มผสมวิตามินที่ผลิตในต่างประเทศ จะมีประเภทวิตามินที่หลากหลายกว่า

ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงสุขภาพ ให้ตรวจเครื่องหมาย อย.ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และนอกจากเครื่องดื่มดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่สำคัญที่สุดและร่างกายขาดไม่ได้เลยเพื่อระบบการไหลเวียนที่ดี นั่นก็คือ น้ำเปล่า เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

พญานาค ความศรัทธา จากศาสนาสู่วิถีเศรษฐกิจชุมชน

พญานาค

พญานาคเป็นสัตว์ในตำนานซึ่งยังไม่มีใครเคยพบเห็นหรือพิสูจน์ได้ แต่ทว่ามีจารึกตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่ผูกพันกับพุทธศาสนาและวิถีชีวิตของผู้คนมาช้าอย่างนาน ดังเช่น ปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งมีความเก่าแก่และยาวนานก่อนสมัยพุทธกาล คัมภีร์ได้กล่าวถึง ชาติกำเนิด อำนาจฤทธิ์เดช ถิ่นที่อยู่ รูปร่างและอุปนิสัยของพญานาคไว้อย่างชัดเจน ในทศชาติสุดท้ายก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงตรัสรู้ฯ และแม้ว่ายุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไป ความศรัทธาในองค์พญานาคกลับยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น ด้วยความสำเร็จหลากหลายโครงการอันเกิดจากนาคาบันดาล แสดงให้เห็นบทพิสูจน์แห่งความศรัทธาจากตำนานในพระพุทธศาสนาที่ถูกนำมาใช้เป็นกุศโลบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนให้เจริญขึ้นได้ ดังตัวอย่างของความศรัทธาจากพญานาค ดังต่อไปนี้

มีบางตำราสืบค้นได้พญานาคว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย เพราะมนุษย์เกรงกลัวพิษร้ายของงู จึงให้ความเคารพนับถือและบูชางู ส่วนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อกันว่า แม่น้ำโขงเป็นปากทางเข้าสู่เมืองบาดาล มีเรื่องราวจากภูริทัตชาดก พระพุทธองค์เสวยพระชาติเป็นภูริทัตตนาคราช รวมถึงมีเรื่องที่พญานาคได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา จนปรากฏอยู่ในพุทธบัญญัติเกี่ยวกับการขอบวชในพระพุทธศาสนา และปรากฏเป็นงานพุทธศิลป์อย่างเช่น พระพุทธรูปปางนาคปรก ในส่วนของวัฒนธรรมอีสาน พบว่าชาวอีสานความศรัทธาและผูกพันกับพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี เช่น งานบุญบั้งไฟ ไหลเรือไฟ พิธีบูชาพญาสัตตนาคา และประเพณีเหล่านี้ถือเป็นวิธีอันแยบยลในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ความเชื่อและความศรัทธาในองค์พญานาค ที่เป็นแรงผลักดันให้ เด็กชายลูกช่างทอง กลายมาเป็นเจ้าของผลงานเครื่องประดับซึ่งเป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างแพร่หลายในวันนี้ และด้วยจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำให้เขาได้มีส่วนในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์ให้กับบ้านเกิด คือ “เกศพระพุทธรูปหลวงปู่ดำ” พระประธาน ณ พระอุโบสถ วัดพระธาตุบังพวน จ.หนองคาย นายพ ลั ฎ ฐ์ กุ ล จิ ต ติ เ ศ ร ษ ฐ์ กวงทอง จ.หนองคาย เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของร้านกวงทอง จ.หนองคาย ผู้ที่ผสมผสานงานศิลปะกับความศรัทธาที่มีต่อองค์พญานาคอย่างวิจิตรบรรจง เป็นผลงาน “ตลับพระลาย 15 ค่ำ” ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยแรงบันดาลใจจากความศรัทธาของชาวหนองคายที่เชื่อว่า พญานาคจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ด้วยการพ่นลูกไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษาของทุกปี

ศิลปะเชิงช่างอันวิจิตรนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความฝีมือและความรู้ที่สืบทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ผสานพลังความศรัทธาในองค์พญานาคของลุ่มน้ำโขง จ.หนองคาย บนพื้นฐานแห่งความขยันซื่อสัตย์อดทนและไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค นำพาชีวิตของคนในครอบครัวมีความสุขและความเจริญงอกงามขึ้นโดยลำดับ ทั้งยังส่งต่อพลังแห่งความศรัทธานี้ไปสู่การสร้างงานฝีมือในชุมชน และกระจายรายได้ต่อยอดสู่การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดหนองคาย ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งในแนวทางที่ยั่งยืน

แม้หลายคนจะมีคำถามว่า พญานาคจะคุ้มครองผู้มีศรัทธาจริงหรือ คำตอบที่ดีที่สุด ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ ดังเช่น ความหมายของการความเพียรและการทำความดีอย่างไม่ลดละของพระพุทธเจ้า ทำให้พญานาคมุจลินทร์เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และปกป้องพระองค์ขณะที่ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ในระหว่างที่เกิดพายุฝนตกหนัก ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม เช่นเดียวกับความศรัทธาของมนุษย์ที่สามารถนำพาชีวิตของตนไปสู่ความสำเร็จ มีชื่อเสียงและยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับวิถีเศรษฐกิจของชุมชนบ้านเกิดได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

คิดจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก จะต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

เตรียมพร้อม ก่อนเดินทางทั่วโลก

ในช่วงปี 2020 การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ว่าจะไปเยือนประเทศใดก็ตาม คุณจะต้องใส่ใจในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยของไวรัสโควิด-19 คู่กับการเตรียมเรื่องของเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงมีของใช้ที่จำเป็นเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินอีกด้วย โดยรวมแล้ว ถ้าจะไปเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ คุณต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง

ติดตามข่าวสารเรื่องโควิด : มีบางประเทศที่เริ่มกลับมากระตุ้นการท่องเที่ยวอีกครั้ง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่อนุญาตให้ชาวไทยเข้าประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ซึ่งคุณต้องศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจไปเที่ยว และเมื่อคุณกลับมาประเทศไทยแล้ว ยังอาจจะต้องถูกกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการด้วย ดังนั้นในขั้นตอนการวางแผนกำหนดวันท่องเที่ยวในปี 2020 นี้ คุณต้องติดตามข่าวสารและนโยบายที่เป็นทางการจากแต่ละประเทศด้วย

เตรียมเอกสารพาสปอร์ตให้พร้อม : พาสปอร์ตและเอกสารสำคัญต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และควรทำสำเนาไว้หลาย ๆ ชุดด้วย หากเกิดปัญหากระเป๋าสตางค์หาย หรือกระเป๋าเดินทางยังไม่ได้อยู่กับตัว คุณจะได้หยิบเอกสารแสดงตัวตนได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือใด ๆ สถานที่ติดต่อที่สำคัญ คือ สถานกงสุลประจำประเทศนั้น ๆ ที่คุณต้องมีที่อยู่ไว้ เพื่อเดินทางไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

สิ่งยืนยันการจองเที่ยวบิน โรงแรมที่พัก ตลอดจนทัวร์ต่าง ๆ : เอกสารยืนยันการจองล่วงหน้า ไม่ว่า โรงแรมที่พัก เที่ยวบินขาไป-ขากลับหรือทริปในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ต้องจองล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนการเข้าชมหรือจำนวนรอบต่อวัน คุณควรที่จะทำสำเนาเอาไว้ 1-2 ชุด และเก็บรักษาเอกสารไว้กับตัวเป็นอย่างดีเพื่อการตรวจสอบและป้องกันการสูญหายด้วย

ยาที่คุณใช้ประจำตัว : คุณต้องศึกษากฎหมายของแต่ละประเทศ ว่าคุณสามารถพกยาประจำตัวไปได้มากน้อยอย่างไร และต้องมีเอกสารยืนยันว่าเป็นยาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ภายใต้ใบสั่งยาจากแพทย์ด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเมื่อคุณเดินทางไปประเทศปลายทางและถูกตรวจค้นกระเป๋า ทั้งนี้ ยังรวมถึงพลาสเตอร์ยาและยาใส่แผลสด หากคุณเกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้ม หรือสะดุดสิ่งกีดขวางในขณะที่เดินทางท่องเที่ยว จะได้หยิบใช้อย่างสะดวกรวดเร็ว

เงินสดในสกุลประเทศนั้น ๆ : การซื้อข้าวของเครื่องใช้ในประเทศต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้น นอกจากการใช้บัตรเครดิตแล้ว คุณยังต้องมีเงินสดติดตัวไว้บ้าง เพราะคุณอาจจะต้องซื้อของในร้านค้าชุมชน แลกซื้อบัตรรถไฟฟ้า ซื้ออาหารและน้ำในระหว่างการเดินทางที่ห่างไกลตัวเมือง ซึ่งไม่ใช่ทุกร้านที่จะรับบัตรเครดิต คุณจึงต้องแลกเงินสดในสกุลของประเทศปลายทางไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้สามารถหยิบใช้ได้ทันที ประหยัดเวลาท่องเที่ยวไปได้อย่างมาก

การเดินทางไปต่างประเทศหรือท่องเที่ยวทั่วโลกนั้น คุณต้องเตรียมตัวหลายอย่าง และที่สำคัญ คือ การวางแผนที่ดี จะทำให้คุณเดินทางได้อย่างราบรื่นและท่องเที่ยวได้ตามแผนที่วางไว้

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

พนักงานถือว่าเป็นทรัพยากรอันดับหนึ่งขององค์กรที่เป็นหลักประกันในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ซึ่งลักษณะของพนักงานมี 2 แบบ คือ แบบที่หนึ่ง พนักงานที่มีความปรารถนาที่จะทำงานให้กับองค์กรด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์และไม่คิดจะลาออกไปไหน แต่ไม่คิดจะพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าต่อไป ซึ่งแตกต่างกับแบบที่สอง พนักงานที่มีความผูกพัน จนมีความทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงถึงความลำบากของตัวเอง เราจึงมีผลสำรวจ ตัวอย่างพร้อมเทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรแบบซื้อไม่ได้ด้วยเงิน ดังต่อไปนี้

ผลสำรวจความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กร

การสำรวจ 140 ประเทศ จากพนักงาน 150,000 คน มีพนักงานเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่มีความผูกพันต่อองค์กร และพนักงาน 63 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีความผูกพันต่อองค์กร ส่วนพนักงานที่เหลืออีก 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นพนักงานที่ชอบเผยแพร่ความคิดในแง่ลบเพราะไม่มีความรักต่อองค์กรเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีความสุขในการทำงาน

ตัวอย่าง องค์กรที่พนักงานมีความผูกพันแบบซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

บริษัท องค์กร ห้างร้าน ราชการหรืออื่น ๆ ล้วนต้องการพนักงานที่มีความจงรักภักดี ทุ่มเทอุทิศตน เพื่อที่จะได้มีความเติบโตและขยายกิจการ เช่น การเติบโตของกูเกิ้ลซึ่งเป็นบริษัทที่มีการขยายกิจการอย่างกว้างขวาง จนมูลค่าหุ้นของบริษัทประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเท่ากับ GDP ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นบริษัทที่ไม่ใช่เฉพาะหาข้อมูลอย่างเดียว แต่ยังมีแผนที่ดูโลกทั้งใบ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหรือสถานที่ตรงไหนก็ตาม และยังสามารถนำรถติดกล้องแล้ววิ่งถ่ายภาพเก็บไปทั่ว สามารถดูวิวของพื้นที่ในเมืองแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดกูเกิ้ลเป็นล้านเล่มทั่วโลก จุดประสงค์ให้ผู้คนค้นดูได้ในห้องสมุดออนไลน์ รวมถึงยังจะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรูปแบบ Wi-Fi ในราคาถูกให้กับผู้คน 3,000 ล้านคนในโลก ไม่ว่าจะอยู่ชนบทก็ตาม เนื่องจากได้ข่าวว่ากูเกิ้ลซื้อดาวเทียม 180 ดวง ไปกุมพื้นที่โลกเป็นจำนวนเงิน 90,000 กว่าล้านบาท

การที่ Google ประสบความสำเร็จเริ่มจาก Search Engine ค้นอะไรก็เจอไปหมด บอล เกม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิธีทำอาหาร จนต่อมาประสบความสำเร็จกับ playstore ในมือถือแอนดรอย การให้บริการของกูเกิ้ลทำให้ผู้ใช้คาดไม่ถึงว่าจะให้ได้ขนาดนี้ เหตุผลก็เพราะว่ากูเกิ้ลสามารถทำให้พนักงาน มีความรักและมีไฟในการทำงาน ด้วยการให้ความสะดวกได้อย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่เลี้ยงฟรี นอนที่เก้าอี้นอนโดยมีที่คลุมศีรษะเพื่อไม่ให้มีการรบกวนของแสงและเสียงของคนอื่น อาบน้ำในเวลาไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ ลานโบวิ่ง สนามเปตอง โรงยิม สิ่งเหล่านี้เป็นการเอาใจพนักงานให้มีความรู้สึกเหมือนบ้านแบบไม่ต้องไปไหนเลย รวมถึงให้พนักงานทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อที่จะให้เวลาพิเศษ 1 วัน ว่าอยากทำอะไร

ด้วยการรวมกลุ่มกันสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ หากมีแนวความคิดที่ดีและประสบความสำเร็จ จากพนักงานธรรมดาก็มีสิทธิ์กลายเป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นได้ เมื่อบริษัทให้พนักงานอย่างยุติธรรมทำให้มีบัณฑิตที่จบใหม่แห่มาสมัครประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้บริษัทอื่น ๆ แม้กระทั่งบริษัท ไมโครซอฟท์ ยังไม่เทียบเท่าเลย จึงต้องรอบริษัทกูเกิ้ลรับไปก่อน หากคนสมัครเหลือ บริษัทอื่นค่อยมารับส่วนที่เหลือ

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน

คัดเลือกพนักงานให้เหมาะสมกับองค์กรในการสร้างทีมทำงานด้วยกัน โดยเฉพาะผู้บริหารหรือผู้จัดการ เพราะจากการวิจัยได้กล่าวว่า ผู้บริหาร 1 คนที่ไม่ทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่จะส่งผลให้พนักงานอีก 3 คนไม่ทุ่มเทในการทำงานเช่นเดียวกัน

เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้จุดแข็งในการทำงาน เนื่องจากเมื่อได้ให้พนักงานทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้ นอกจากนี้เปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระทางความคิดและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ก็จะทำให้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมจนอยากพัฒนาให้บริษัทให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ เช่น การทำเป้าหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กรหรือต้องการปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งเป็นการสื่อสาร 2 ทาง จึงเป็นเหตุผลทำให้พนักงานเกิดภาคภูมิใจในตัวเอง ทำงานอย่างมีความสุขและรักองค์กรมากขึ้น

สนับสนุนและชี้แนวทางความก้าวหน้าให้กับพนักงานด้วยการดูแลผลงานของพนักงานแต่ละคนว่าสามารถเติมเต็มให้สมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในระดับไหนก็ตาม เพราะทุกคนก็ล้วนต้องการความสำเร็จในสายงานของตัวเอง

การสร้างบรรยากาศให้มีความผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด อาจจะมีนโยบายการเสริมสร้างสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อยู่ดีกินดี รวมไปถึงความปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน จะได้มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การสำรวจทั้งโลกจากจำนวนล้านคน ได้ข้อสรุปพบว่า เงื่อนไขสำคัญ คือ การสร้างหัวใจที่มีไฟพร้อมทุ่มเทการทำงาน ส่วนเรื่องเงินยังถือว่าเป็นเงื่อนไขรอง เพราะฉะนั้น จะดีไม่น้อยเลยหากองค์กรต่าง ๆ จะได้นำเทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงานที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินจากที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นไปปรับใช้ เพื่อความสำเร็จขององค์กร

How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย ป้องกันความล้มเหลวในชีวิต

How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย ป้องกันความล้มเหลวในชีวิต

นิสัยดีจะนำพาความสุขและความสำเร็จในชีวิต ในทางตรงข้ามหากมีนิสัยไม่ดีหรือที่เรียกว่า นิสัยอันตราย สะสมมาก ๆ ก็จะนำพาไปสู่ความล้มเหลว ไม่ก้าวหน้าหรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะเปรียบเสมือนการสะสมสารพิษในร่างกาย เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ คนเราจึงควรสำรวจตัวเองว่ามีนิสัยอันตรายหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตรายเพื่อป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ดังต่อไปนี้

วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย

รู้จักคุณค่าของเวลามากขึ้น

นักธุรกิจท่านหนึ่ง ชื่อ Mr.Richard Branson ได้กล่าวไว้ว่า นักลงทุนทางการเงินที่ประสบความสำเร็จ จะทราบว่าเวลามีคุณค่ามากกว่าเงินเสียอีก หากใครที่มีนิสัยอันตรายที่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์อะไรให้กับตัวเอง คนในครอบครัวและสิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงควรเปลี่ยนนิสัยเสียใหม่ด้วยการเริ่มต้นคิดว่าเวลามีประโยชน์ในการพัฒนาตัวเอง สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ อย่างมากมายจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

การขจัดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

การทำงานไปเรื่อย ๆ ด้วยการคิดว่า ยังไม่อยากทำงานตอนนี้ พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ เมื่อมาถึงวันที่กำหนดส่งงานก็รีบทำ ทำให้งานคั่งค้างกลายเป็นดินพอกหางหมูหรืองานที่ได้ส่งไปไม่มีประสิทธิภาพ จึงควรกำจัดนิสัยอันตรายในลักษณะนี้ คือ ให้คิดถึงความตายบ่อย ๆ ชีวิตอยู่บนโลกได้อย่างจำกัด พร้อมคิดว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาได้ทำสิ่งดี ๆ ในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าการคิดถึงความตายเหมือนจะเป็นความคิดที่แรงแต่ก็ทำให้มีกำลังใจในการทำงานให้เสร็จและมีคุณภาพตามที่ได้ตั้งไว้

ขจัดนิสัยไม่รู้ร้อน

คนที่มีนิสัยไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือสังคมจะเปลี่ยนไปแล้วขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่รู้สึกว่าจะเดือดร้อนอะไร ทำให้ใช้ชีวิตแบบเดิมหรือทำงานแบบเดิม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนิสัยอันตรายเพราะหากไม่เปลี่ยนแปลงถือว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองหรือมีชีวิตอยู่กับที่ และถ้าได้สังเกตคนรอบตัว ก็จะพบว่าเขาพัฒนากันไปหมดแล้ว วิธีแก้ไขนิสัยอันตรายในลักษณะนี้ คือ ให้มีการปรับปรุงด้วยการรับรู้ความเป็นไปของสังคม และเข้าหาสังคมสมัยใหม่เพื่อให้ชีวิตได้พัฒนาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขจัดนิสัยความกลัว

หากมีนิสัยมีความกลัวทุกครั้งเวลาที่จะทำอะไร ก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสความสำเร็จได้ เช่น มีความคิดว่า ตัวเองไม่มีความรู้และความสามารถในการลงทุนเพราะกลัวประสบความล้มเหลวจึงไม่ได้ลองทำธุรกิจสักที เพราะฉะนั้น ให้ชนะนิสัยความกลัวด้วยการยอมรับว่ากลัวอะไร แล้วก้าวข้ามด้วยการลงมือทำทั้ง ๆ ที่กลัว เปรียบเสมือนเด็กตัวเล็กที่เพิ่งหัดเดิน ช่วงแรก ๆ ก็จะหกล้มบ่อยแต่ก็ไม่ยอมแพ้และเอาชนะความกลัวด้วยการหัดเดินเรื่อย ๆ ในที่สุดก็เดินได้

นิสัยอันตรายดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีนิสัยอันตรายอีกหลายอย่างที่นำพาความล้มเหลว เช่น ชอบแก้ตัวเป็นประจำด้วยการหาเหตุผลต่าง ๆ มาอ้างซึ่งบ่งบอกว่าไม่พร้อมพัฒนาตัวเอง นิสัยอวดดีอวดเก่งทั้งที่ไม่เก่งอย่างที่พูดไว้ การทำตัวเหนือกว่าคนอื่น นิสัยโลเลทำให้ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ใครพูดอะไรมาก็ไปตามกระแสหรือแคร์ไปหมด ทั้งที่ตัวเองทำถูกแล้ว นิสัยอิจฉาริษยาหรือรู้สึกทนไม่ได้เมื่อเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง เป็นต้น ดังนั้น ควรรู้เท่าทันนิสัยอันตรายของตัวเองเพื่อจะได้เลิกนิสัยนั้น คงเหลือแต่นิสัยที่นำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย

สิ่งที่ต้องสนใจก่อนเขียนบทความ SEO

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและมีประสบการณ์ในการขายของออนไลน์ยุคปัจจุบัน แนะนำว่าผู้ที่จะประสบความสำเร็จในการขายของบนโลกอินเทอร์เน็ตปี 2020 จะต้องทำเว็บไซต์ SEO ให้น่าสนใจ ซึ่งการผลิตบทความ SEO ที่ดีถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะแสดงถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งจะทำให้คนจดจำและอยากสนับสนุนด้วยการซื้อสินค้าของคุณ

การจะผลิตบทความ SEO ที่มีคุณภาพในยุค 2020 มีหลักการอย่างไรบ้าง เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักการผลิตบทความ SEO

การใช้ Google Search Console การใช้ Google Search Console จะเป็นตัวช่วยที่ดี ในการทำให้คุณรู้ว่า keyword ที่คนส่วนใหญ่ค้นหาในปัจจุบันมีอะไรบ้าง โดยเฉพาะประเภทธุรกิจที่ตรงกับที่คุณทำอยู่ เช่น กิจการขายอาหาร ร้านขายดอกไม้ออนไลน์ ร้านอุปกรณ์ไอที ธุรกิจประกันภัยและสุขภาพ โรงแรม สปาและฟิตเนส เป็นต้น

คุณควรเลือกคำที่มีตัวเลขสถิติการคลิกเข้าไปอ่านมากที่สุดมาเป็นคำสำคัญในการสร้างบทความ โดยใส่ซ้ำ 2-3 ครั้งให้กระจายทั่วไป หากคุณต้องการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการสืบค้นของผู้คนให้มากที่สุด ก็ต้องเรียนรู้การใช้ Google Search Console ให้เป็นประโยชน์ตั้งแต่เนิ่น ๆ

ความทันสมัยและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ข้อมูลที่จะนำมาใช้ในบทความ SEO ต้องหาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือทั้งในและต่างประเทศ เพราะจะทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับความนิยมสูง นอกจากนี้จะต้องใส่ใจกับการอ้างอิงข้อมูลอย่างเหมาะสม และควรแนบลิงก์เชื่อมโยงระหว่างเว็บไซต์คุณกับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลต้นฉบับด้วย จะทำให้อันดับ SEO ยิ่งดีขึ้นมาก

บทความที่ควรสนใจกับเอกสารด้านวิชาการหรือผลงานวิจัยต่าง ๆ ได้แก่ สินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ วิตามิน อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกายสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก และสินค้าเฉพาะด้าน เช่น วิศวกรรม ทันตกรรม ศัลยกรรม ฯลฯ เพราะคนรุ่นใหม่จะใส่ใจกับความถูกต้องและความทันสมัยของข้อมูลอย่างมาก

การเลือกรูปภาพประกอบ รูปภาพเป็นตัวดึงดูดความสนใจที่ดี สามารถใช้ภาพได้สองแบบ คือ ภาพดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือ ภาพที่ทำขึ้นเอง ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ให้ภาพฟรีมากมายเช่น shutterstock.com หรือ freepik.com คุณสามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ รอดจากการถูกระบบ algorithm ของ Google ตรวจจับแน่นอน เพราะหากคุณใช้ภาพที่ละเมิดลิขสิทธิ์ จะส่งผลให้อันดับ SEO ตกลง

แต่ถ้าคุณสามารถถ่ายภาพหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวาดตัดต่อด้วยตัวเองได้ก็จะยิ่งดี เพราะจัดเป็นภาพที่มั่นใจได้ว่าไม่เคยมีการทำที่ไหนมาก่อน และจะทำให้ผู้คนจดจำเว็บไซต์ของคุณได้ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่า องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน ที่กล่าวมาสำคัญต่อคุณภาพของบทความ SEO อย่างมาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านมองเห็นภาพรวมของการทำบทความที่มีคุณภาพเพื่อใช้ในเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น

หลักการผลิตบทความ SEO