ไอเดียซื้อของขวัญให้คนรักที่เป็นผู้ชาย

ไอเดียซื้อของขวัญให้คนรักที่เป็นผู้ชาย

การเลือกซื้อของขวัญให้คนรักที่เป็นผู้ชาย เป็นเรื่องที่น่าหนักใจของผู้หญิงหลายคน เพราะผู้ชายมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากผู้หญิง และหากเป็นผู้ชายที่ช่างเลือกก็ยิ่งทำให้ต้องคิดหลายตลบ ว่าควรจะเลือกอะไรดี เราจึงมีไอเดียการเลือกซื้อของขวัญให้คนรักของคุณมาฝากกัน ดังนี้

1. นาฬิกา
ผู้ชายเกือบทุกคนสวมใส่นาฬิกาตลอดเกือบเวลา และผู้ชายส่วนใหญ่จะมีนาฬิกามากกว่า 1 เรือน เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เช่น นาฬิกาสายโลหะหรือสายหนังสำหรับวันทำงานในออฟฟิศ นาฬิกาแบบสปอร์ตสำหรับวันสบาย ๆ หรือการท่องเที่ยวพักผ่อน หากเป็นคนรักสุขภาพชอบเล่นกีฬา ก็จะมีนาฬิกาที่สามารถตรวจสอบเช็คอัตราการเต้นหัวใจ ความดันโลหิต ฯลฯ และเชื่อมโยงของระบบ GPS ในมือถือได้แบบเรียลไทม์ด้วย คุณจึงควรเลือกนาฬิกาที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรักมากที่สุด

2. เสื้อกีฬา
ผู้ชายกับกีฬาฟุตบอลเป็นของคู่กัน ในทีมฟุตบอลต่างประเทศแต่ละทีม จะมีเสื้อที่ออกแบบมาสวยงามมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เช่น ลิเวอร์พูล ฟูแล่ม สเปอร์ ฯลฯ ผู้ชายจำนวนไม่น้อยจึงชอบหาซื้อเสื้อกีฬาลิขสิทธิ์ของแท้สั่งตรงจากต่างประเทศ โดยเป็นทีมที่เขาชื่นชอบมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะรุ่น Limited Edition ที่ต้องมีการจองล่วงหน้า หรือมีการประมูลมา เขาจะยิ่งประทับใจมาก หากคนรักซื้อให้ มั่นใจได้ว่าจะเป็นอีกหนึ่งของรักของหวงที่เขาจดจำไม่มีลืม พร้อมใส่เชียร์บอลพรุ่งนี้กับเพื่อนๆได้อย่างสนุกสนาน

3. น้ำหอม
น้ำหอมสำหรับผู้ชายเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างบุคลิก ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งนี้ น้ำหอมผู้ชายมีกลิ่นและดีไซน์บรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างจากผู้หญิง การเลือกซื้อน้ำหอมให้คนรักจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย หากผู้หญิงต้องการเลือกให้คนรักจึงต้องสังเกตดูว่าน้ำหอมที่เขาใช้อยู่ปกตินั้นเป็นแบรนด์ใด กลิ่นแบบไหน จะทำให้เลือกน้ำหอมได้ถูกใจคนรักยิ่งขึ้น

4. อุปกรณ์ไอที
ผู้ชายเป็นเพศที่ชื่นชอบความทันสมัยและเทคโนโลยีเป็นทุนเดิม อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับไอที ไม่ว่าจะเป็นเกม หูฟังไร้สาย คีย์บอร์ดสำหรับเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต เพื่อการทำงานได้ทุกสถานที่ เม้าส์ดีไซน์เก๋ ไมโครโฟนคุณภาพสูงสำหรับตัดเสียงรบกวน ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งของที่ผู้ชายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ชื่นชอบ เพียงเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพดีและมีดีไซน์ที่สวยงาม ก็มั่นใจได้ว่าจะเป็นของขวัญที่ถูกใจและถูกหยิบมาใช้บ่อยตลอดปี

ของขวัญสำหรับคนรักที่เป็นผู้ชายนั้น ควรเลือกจากไลฟ์สไตล์และดีไซน์ที่คนรักของคุณชื่นชอบเป็นหลัก คุณทั้งคู่อาจเลือกซื้อหาด้วยกันในโอกาสสำคัญก็ได้ สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลในเรื่องของราคาสินค้ามากเกินไป เพราะคุณค่าไม่ได้อยู่ที่ราคาถูกหรือแพง แต่อยู่ที่ความตั้งใจในการมอบให้คนที่รัก

การจารใบลาน มรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนา

การจารใบลาน มรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนา

ใครที่ได้มีโอกาสไปทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรมที่วัด อาจจะเคยเห็นคัมภีร์ใบลานที่พระท่านถือเวลาเทศนาให้กับญาติโยมได้รับฟังกันในวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา แต่เคยสงสัยกันไหมว่าใบลานเหล่านี้มาจากไหน และมีความเป็นมาอย่างไร ไม่รอช้าวันนี้เราได้ไปเสาะหาเรื่องราวที่น่าสนใจของใบลาน และการจารใบลาน ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนามาฝากกัน

ใบลาน ได้จากต้นลาน ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ดึกดำบรรพ์ และเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวในตระกูลปาล์ม ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนและอเมริกา ถือเป็นไม้เศรษฐกิจของไทย ด้วยประโยชน์ที่ได้รับจากส่วนต่าง ๆ ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค เรียกว่าสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่ยอดไปจนถึงรากเลยทีเดียว

เช่น ยอดใบลาน ใช้ทำเป็นหนังสือเรียกว่าว่า “คัมภีร์ใบลาน” การ์ด นามบัตร ที่คั่นหนังสือ ตลอดจนผลิตภัณฑ์จักสาน จำพวก พัด หมวกงอบ เสื่อ กระเป๋า โมบายรูปสัตว์ การ์ด และนามบัตรต่าง ๆ เป็นต้น

จากข้อมูลประวัติศาสตร์พบว่า การจารหนังสือบนใบลาน เริ่มขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ต่อมาเทคนิควิธีและแนวคิดนี้ได้แพร่หลายไปพร้อมกับความเจริญของพระพุทธศาสนาในหลายประเทศแถบเอเซีย ส่วนใหญ่นิยมจารใบลานเกี่ยวกับพระธรรม คำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา เช่น คัมภีร์พระไตรปิฎก และเนื้อหาของรามเกียรติ์ โดยอักษรที่ใช้ ได้แก่ อักษรธรรมล้านนา ภาษาบาลี และอักษรขอม

ในประเทศไทย การจารใบลานถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านนา ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุมจังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน ในสมัยนั้น ซึ่งแบ่งตัวอักษรสำหรับใช้งานเป็น 2 ลักษณะได้แก่ “อักษรฝักขาม” นิยมใช้เขียนบันทึกและวรรณคดีทางโลก ส่วนอักษร “อักษรธรรมล้านนา” นิยมใช้บันทึกหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา โดยมีขั้นตอนการทำหนังสือใบลานแบบดั้งเดิมดังนี้

1.เตรียมใบลาน ด้วยการทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า จากนั้นนำมาผึ่งแดด ตากน้ำค้างทิ้งไว้ประมาณ 4 คืน นำไป ต้มด้วยน้ำซาวข้าวเพื่อให้ขาวและอ่อนตัว เสร็จแล้วนำขึ้นผึ่งแดด ตากน้ำค้างอีก 2 แดด (โบราณนิยมทำในฤดูหนาว เพราะไม่มีน้ำค้าง) เมื่อใบลานนิ่มแล้วดึงเอาก้านออก ม้วนเหมือนกระดาษทิชชู เพื่อให้ใบลาน เหยียดตรง นำใบลานที่เตรียมไว้มาแทงด้วยเหล็กร้อนให้เกิดรู 2 ข้าง เว้นระยะให้เท่า ๆ กัน จากนั้นนำก้านลานมาร้อยซ้อนกันจนได้มัดใบลานที่ขนาดพอเหมาะ นำท่อนไม้ขนาดใหญ่วางทับไว้ 4-5 วัน จนแห้งสนิท ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ณ หอสมุดแห่งชาติ พบว่าใบลานจัดเป็นวัสดุที่มีความคงทนและเก็บรักษาได้นับร้อยปี

2.การจารใบลาน ใช้เหล็กจารเขียน หรือเรียกกันเป็นสามัญว่า “จาร” ตัวหนังสือให้เป็นรอยลึกลงในเนื้อลาน รูปอักษรที่เขียนด้วยวิธีจารเรียกว่า “เส้นจาร” เริ่มจากการตีเส้นโดนใช้เส้นด้ายเหนียว ขึงบนกรอบรูปไม้4เหลี่ยมผืนผ้า ใช้เป็นเส้นบรรทัดตามจำนวนที่ต้องการ จากนั้นผสมเขม่าไฟกับน้ำให้ข้น แล้วนำลูกประคบไปชุบและลูบไปตามเส้นด้าย วางกรอบลงบนใบลานที่จะจาร แล้วดึงเส้นด้ายออกทีละเส้น ดีดเขม่าลงบนใบลาน เพื่อกำหนดเส้นบรรทัด วางลงบนสนับรองจาร เมื่อจารเสร็จใช้ลูกประคบจุ่มเขม่าไฟผสมน้ำมันยาง ปาดเบา ๆ ไปบนตัวอักษรที่จารไว้ แล้วจึงค่อยใช้ทรายละเอียดขัดเบา ๆ เป็นวงกลมเพื่อให้น้ำมันยางและเขม่าหลุดออก เหลือไว้แต่ตัวอักษร

3. การเข้าผูก นำหนังสือใบลานที่เรียงลำดับอังกาบ ตามตัวเลขและอักษรที่ระบุไว้ ให้ได้ 24 ลาน จึงเรียกว่า 1 ผูก โดยเรียงใบลานเปล่าไว้ทั้งด้านหน้า และหลัง เช่นเดียวกับปกหนังสือ จากนั้นใช้ด้ายผูกร้อยในรูที่เจาะไว้ เรียกว่า “สายสนอง” นิยมร้อยไว้เฉพาะด้านซ้าย เพื่อความสะดวกในการเปิดอ่าน

ในอดีต คัมภีร์ใบลานเป็นการแสดงฝีมือในเชิงช่างของแต่ละชุมชน ไว้บนแผ่นไม้ที่ใช้ประกบคัมภีร์ใบลาน ด้วยการลงรักปิดทอง ฝังมุก หรือประดับกระจกด้วยเทคนิคโบราณ แล้วห่อด้วยผ้าทอพิมพ์ลาย ผ้าปัก ที่สวยงามประณีต เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหาย

การจารใบลาน นับเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของชาวล้านนาที่น่าภาคภูมิใจอีกชิ้นหนึ่ง เพราะนอกจากประโยชน์ในทางพระพุทธศาสนาแล้ว การจารใบลานยังมีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีต สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความรักความศรัทธาของบรรพชนที่ต้องการช่วยกันสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป

ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร

หลายคนเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟร้อนเป็นสิ่งแรกก่อนอาหารเช้า บางทีมื้อเช้าจะดื่มกาแฟเพียงแก้วเดียวเท่านั้น แต่การดื่มกาแฟขณะท้องว่างจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือเปล่า เรื่องนี้นักโภชนาการให้คำตอบว่าร่างกายคนเราตอบสนองสิ่งที่กินและดื่มไม่เหมือนกัน ผลกระทบจากการดื่มกาแฟจึงเป็นเรื่องเฉพาะตัว บางคนดื่มกาแฟโดยไม่มีปัญหาใด ๆ แต่บางคนอาจไวต่อคาเฟอีนเป็นพิเศษ เมื่อดื่มกาแฟในขณะท้องว่างจึงไม่ใช่เรื่องดีเลย ส่งผลให้จุกเสียดแน่นท้องเพราะอาหารไม่ย่อยหรือรู้สึกกระวนกระวายใจผิดปกติ ถ้าดื่มแล้วรู้สึกไม่สบาย ก็ควรปรับนิสัยการรับประทาน แต่ถ้าไม่รู้สึกถึงผลเสียใด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดดื่ม

หลังดื่มกาแฟลองสังเกตว่าเกิดปัญหาท้องอืด จุกเสียด มือสั่น ใจสั่น กระวนกระวาย กระสับกระส่ายนอนไม่หลับและหัวใจเต้นเร็วหรือไม่ กาแฟที่มีคาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นการผลิตกรดในกระเพาะอาหารอาจทำให้บางคนรู้สึกระคายเคืองกระเพาะอาหาร มีอาการเสียดท้องและกรดไหลย้อน บางคนอ่อนไหวมากจะไม่สบายอย่างเห็นได้ชัดเจน แนะนำว่าระหว่างจิบกาแฟให้รับประทานขนมปัง กล้วยสุก ไข่ ผลไม้ที่ไม่ใช่รสเปรี้ยว หรือของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร

ถามว่าการดื่มกาแฟขณะท้องว่างกับปัญหาของระบบย่อยอาหารเชื่อมโยงกันอย่างไร จนถึงปัจจุบันยังมีงานวิจัยที่เจาะจงศึกษาถึงเรื่องนี้ออกมาไม่มากนัก แต่พอจะสรุปได้ว่าถ้าใครมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงดื่มกาแฟขณะท้องว่าง รวมทั้งระมัดระวังไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมมากเกินไป เพราะอาจเป็นสาเหตุของกรดไหลย้อนและอาการเสียดท้องได้เหมือนกัน

ฤทธิ์กระตุ้นของสารคาเฟอีนทำให้กล้ามเนื้อในลำไส้ใหญ่บีบตัวมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดี แต่ส่วนประกอบอื่น ๆ ในกาแฟมีส่วนช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้เช่นกัน ซึ่งหมายความว่าเครื่องดื่มอื่นที่ไม่มีคาเฟอีนก็สามารถกระตุ้นการหดตัวของลำไส้ใหญ่ได้ ตรงจุดนี้ชี้ให้เห็นว่าบางครั้งการดื่มกาแฟขณะท้องว่าง อาจไม่ใช่สาเหตุของอาการไม่สบาย แต่เป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากอาหารอย่างอื่น

กรณีที่บางคนมีปัญหาระบบทางเดินอาหารและโรคลำไส้แปรปรวนอยู่แล้ว การดื่มกาแฟอาจทำให้ท้องเสียสลับท้องผูกและอาการแย่ลงก็เป็นได้ สารคาเฟอีนมีผลต่อคอกาแฟแตกต่างกันไป ควรใส่ใจสังเกตตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่สบายเป็นประจำเมื่อดื่มกาแฟขณะท้องว่าง หรือท้องเสียเมื่อทานอาหารและของว่างบางอย่างพร้อมกับกาแฟ ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้น

มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ถึงอาการไม่สบาย ดื่มกาแฟแก้วเดียวอาจไม่เป็นอะไร แต่ถ้าดื่มหลายแก้วแล้วรู้สึกไม่ดี มีอาการผิดปกติ ควรปรับตัวตามความเหมาะสม เรื่องปริมาณสารคาเฟอีนก็มีส่วนสำคัญ แต่ผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลอยู่แล้ว แม้จะคิดว่าดื่มน้อยกว่าแล้ว แต่แค่กาแฟถ้วยเดียวก็อาจทำให้มีอาการกังวล รู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายมากกว่าคนทั่วไปที่ดื่มกาแฟ 3 แก้วก็เป็นได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากันนั่นเอง

อาชีพเสริมน่าทำในช่วงไวรัสโควิดระบาด

อาชีพเสริมน่าทำในช่วงไวรัสโควิดระบาด

จากภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดเมื่อต้นปี ทำให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในช่วงถดถอย และส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงินของแทบทุกครัวเรือนด้วย การทำอาชีพเสริมจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นในยุคนี้ เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป และอาจต่อยอดเป็นอาชีพหลักในอนาคตได้ ดังนี้

1. เป็นยูทูปเบอร์
การเปิดช่อง YouTube เพื่อสร้างรายได้เป็นสิ่งที่ไม่ยากเลย เพราะมีผู้สนใจติดตามเนื้อหาสดใหม่อยู่ทุกวัน ขอเพียงคิดสไตล์การนำเสนอที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย มีทีมถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอที่มีฝีมือ หรือหากถ่ายทำคลิปด้วยตัวเองก็มีแอปพลิเคชันให้ใช้ฟรีมากมาย การโพสต์คลิปอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้มีผู้ติดตามรวดเร็ว จนอาจผ่านกติกาสร้างรายได้ของ youtube ในไม่กี่เดือน

2. เป็นนักรีวิวสินค้า
นอกจากดารานักแสดงจะรีวิวสินค้าได้แล้ว คนทั่วไปที่มีความสามารถในการนำเสนอเรื่องราว บอกเล่าประสบการณ์จากการทดลองใช้สินค้าก็เป็นนักรีวิวที่มีชื่อเสียงมีรายได้หลักล้านได้เช่นกัน ทั้่งนี้สามารถศึกษาแนวทางจากยูทูปเบอร์ชื่อดังมากมาย โดยประเภทสินค้าที่นิยมจ้างรีวิว ได้แก่ ครีมบำรุงผิวหน้าและกาย อุปกรณ์ไอที สินค้าเกี่ยวกับเกม เป็นต้น

3. เป็นนักเขียนออนไลน์
มีเว็บไซต์ขายสินค้าจำนวนมากที่ต้องการนักเขียนผลิตบทความแนว SEO ส่งเสริมการขาย โดยมีค่าตอบแทนให้ตามหมวดที่เขียน เช่น หมวดความรัก แรงบันดาลใจ เศรษฐกิจ ข่าว เกมส์ สุขภาพ ฯลฯ โดยมีอัตราค่าตอบแทนประมาณ 100 คำ 10 บาท แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถทำบททดสอบเพื่อรับงานได้ และเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นก็อาจเขียนได้หลากหลายประเภทและสร้างรายได้เดือนละหลายหมื่นบาทจนทำเป็นงานประจำได้ด้วย

4. ขายอาหารออนไลน์
ในช่วงที่คนส่วนใหญ่ต้องปรับตัวทำงาน work from home และลดการเดินทางเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายครัวเรือน ธุรกิจขายและส่งอาหารถึงบ้านเป็นอาชีพเสริมที่มีรายได้ดีสวนกระแสเลยทีเดียว เพียงมีฝีมือในการทำกับข้าวและถ่ายรูปสวย ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ลงใน Facebook หรือ Instagram ก็สามารถรอรับการสั่งอาหารได้แล้ว

5. รับสอนพิเศษ
หากมีความรู้ในวิชาฟิสิกส์ เคมี คณิต หรือด้านภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ก็สามารถประกาศรับสอนในกลุ่มเฟซบุ๊กได้ หรือจะสมัครเป็นติวเตอร์กับโรงเรียนสอนพิเศษต่าง ๆ โดยจะจัดการเรียนการสอนแบบนัดเรียนตัวต่อตัวหรือผ่านระบบออนไลน์อย่าง zoom ก็ได้ ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงหรือตามคอร์สเรียน รวมแล้วเดือนละหมื่นกว่าบาทเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า แม้อยู่ในช่วงไวรัสโควิดระบาด แต่หากไม่ท้อแท้ก็สามารถพัฒนาตัวเองและนำความรู้ที่มีอยู่สร้างรายได้เสริมได้ เพียงเลือกสิ่งที่ถนัดและทำสม่ำเสมอ ก็จะมีโอกาสต่อยอดทำเป็นอาชีพที่มั่นคงคู่ขนานไปกับงานประจำได้ด้วย

3 สิ่งที่ควรรู้ การค้นหาตัวเองเพื่อความสุขในชีวิต

3 สิ่งที่ควรรู้ การค้นหาตัวเองเพื่อความสุขในชีวิต

การค้นหาตัวเอง คือ การต้องการทราบว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร มีจุดอ่อนและจุดแข็งตรงไหน บางคนอายุ 40 – 60 ปี ไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าตัวเองถนัด ชอบหรืออยากทำอะไร ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี 3 สิ่งที่ควรรู้ ในการค้นหาตัวเองเพื่อให้ได้ทำสิ่งที่รัก จะได้มีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ไม่ปล่อยชีวิตตามกระแสรอบข้าง
เมื่อมีความกล้าหาญ ไม่ปล่อยให้ชีวิตไปตามกระแสรอบข้างหรือฝืนทำในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ชอบหรือมีความถนัด เพื่อเลือกในสิ่งที่ตัวเองรักจริง ๆ ว่าอยากทำอะไร ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขในระยะยาว เนื่องจากทำสิ่งนั้นได้ดีและนำไปสู่ความสำเร็จอีกด้วย

2. เชื่อในเรื่องพรสวรรค์และพรแสวง
ความเชื่อในเรื่องพรแสวง มีบางคนบอกว่า ถ้าคุณทุ่มเททำอะไรอย่างจริงจังหรือเต็มที่เป็นเวลา 10,000 ชั่วโมง ก็จะทำให้เชี่ยวชาญหรือเก่งเรื่องนั้น แต่ในความเป็นจริงมีจุดแนวร่วมประสานกันอยู่ คือ นอกจากจะมีการฝึกฝนเรื่องพรแสวงแล้ว ก็ต้องมีพรสวรรค์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น BEETHOVEN ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ยังไม่ได้สะสมชั่วโมงการแต่งเพลงก็สามารถแต่งโน้ตเพลงได้มากมายจนโด่งดัง ลักษณะเช่นนี้เป็นพรสวรรค์ ซึ่งคนทั่วไปมักจะมีพรสวรรค์ในบางเรื่องอยู่ในระดับหนึ่งเช่นเดียวกันอยู่แล้ว หากได้ฝึกฝนต่อก็จะทำให้ทำสิ่งนั้นดีเยี่ยม เพราะฉะนั้น ไม่ควรปฏิเสธด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือพรแสวง

3. มี HERO ในดวงใจ
การที่จะมีแรงบันดาลใจอยากจะทำสิ่งที่รักนั้น โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการเห็น HERO ในดวงใจ เช่น เด็กที่ชอบดูฟุตบอลแล้วได้เห็นนักฟุตบอลที่เก่งมาก ทำให้ชอบคนนี้เป็นพิเศษ จึงเกิดความรู้สึกว่า อยากจะเป็นนักฟุตบอล ความรู้สึกนี้บางทีเกิดมาชั่ววูบ 1 – 3 เดือน แล้วเลิกไป บางคนก็เกิดความรู้สึกยาวนานแล้วได้ทำตามนั้นจริง แต่คนที่ทำตาม HERO มักพบว่าเป็นคนส่วนน้อย เนื่องจากระบบการศึกษาในปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็น การเรียนมัธยมต้น มัธยมปลายแล้วต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อให้จบปริญญาตรี เมื่อจบแล้วต้องหางานทำให้ได้ก่อนเพื่อให้มีเงินเดือนใช้ จะได้มีความมั่นคงในชีวิต ทำให้เกิดความคิดว่าถ้าจะทำอย่างที่หัวใจเรียกร้องด้วยการตาม HERO ที่ชื่นชอบ ก็คงเสี่ยงเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินรอยตาม HERO ในดวงใจ อาจจะไม่ได้ทุกเรื่อง แต่ก็สามารถทำได้ในบางเรื่อง เช่น นำแนวคิดและทัศนคติที่ดีของบุคคลต้นแบบที่ชื่นชอบมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์

3 สิ่งที่ควรรู้ในการค้นหาตัวเองเพื่อได้ทำสิ่งที่รักดังกล่าวข้างต้น บางคนบอกว่าเป็นเรื่องอุดมคติหรือพูดเล่น ๆ ได้ ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากบางคนได้ทำงาน 3 – 10 ปีแล้ว จะให้มาเปลี่ยนวิถีชีวิตตอนนี้แล้วเริ่มเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ ก็เกรงว่าจะทำไม่ได้ บางคนมีครอบครัวและมีลูกแล้ว จะให้วางมือจากงานที่ทำปัจจุบันเพื่อศึกษาการทำสิ่งที่รัก ก็คงคิดหนักเลยทีเดียว หากไม่กล้าลงมือทำ ได้แต่พูดคุย สุดท้ายก็ดำเนินชีวิตไปตามแบบเก่าหรือทำงานเดิมนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร แต่ก็มีบางคนที่กล้าเปลี่ยนแปลงมาทำสิ่งที่ตนถนัดและชื่นชอบ ก็เป็นหนทางใหม่ที่อย่างน้อยก็มีความสุขและพอใจในการทำงานทุกวัน ส่วนจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่มีใครตอบได้ นอกจากตัวคุณเอง

เครื่องดื่ม 4 ประเภท ที่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี

เครื่องดื่ม 4 ประเภท ที่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี

เครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพนั้น ให้ผลการบำรุงที่แตกต่างกัน เนื่องจากการพัฒนาร่างกายของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เครื่องดื่มบางชนิดดีกับคุณแต่อาจไม่ได้ผลกับคนอื่น หรือในทางตรงข้ามได้ผลดีกับคนอื่นแต่ไม่ดีกับคุณก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราจะมาแนะนำ 4 เครื่องดื่มที่คนส่วนใหญ่ดื่มแล้วช่วยบำรุงสุขภาพได้ดี เพื่อเป็นแนวทางรักษาสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

1.ซุปไก่สกัด

เครื่องดื่มบำรุงกำลังประกอบด้วยโปรตีนซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับคนไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว เพราะเมื่อได้ดื่มเข้าไปจะไม่รู้สึกเหนื่อยและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ส่วนในด้านราคาค่อนข้างแพง ถ้าคนที่ไม่ค่อยมีเงินมากนักก็สามารถทดแทนได้ด้วยการลงมือทำซุปไก่ได้ด้วยตัวเอง โดยการเริ่มต้นนำไก่ทั้งตัวมาตุ๋น แต่อย่างไรก็ตาม ซุปไก่สกัดก็มีสิ่งที่พึงต้องระวังเล็กน้อยสำหรับบางคน เนื่องจาก มี Uric Acid สูง ส่งผลทำให้มีโอกาสเป็นโรคเก๊าท์หรือปวดตามข้อได้

2.รังนก

รังนกเป็นเครื่องดื่มที่ประกอบด้วยโปรตีนเช่นเดียวกับซุปไก่สกัด แต่จะมีความแตกต่างคือ คุณประโยชน์ในการบำรุงกำลังจะน้อยกว่าซุปไก่สกัด ส่วนในด้านคุณสมบัติพิเศษของรังนกก็จะเป็นในด้านรสชาติที่มีความอร่อยเนื่องจากรังนกมีที่มาจากสถานที่ธรรมชาติคือตามผนังถ้ำสูง ทำให้รังนกจะมีลักษณะหนาและไม่มีสิ่งแปลกปลอมเจือปน จึงทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัย สำหรับในด้านของราคา รังนกมีราคาขายค่อนข้างแพง เนื่องจากในหนึ่งปี จะสามารถเก็บรังนกได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น

3.คอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีอยู่แล้วในร่างกายซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสุขภาพผิวพรรณ มีส่วนช่วยให้ผิวหนังมีความตึงและยืดหยุ่น โดยทางการแพทย์จะเรียกว่า Collagen1A1 แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตเครื่องดื่มคอลลาเจนมากมายโดยเฉพาะ Collagen Tripeptide หรือเป็นนาโนเปปไทด์ คอลลาเจนกลุ่มนี้ได้รับการวิจัยมาแล้วว่าสามารถช่วยเรื่องผิวพรรณได้ดีขึ้น ช่วยเรื่องข้อเข่าและข้อต่อให้ขยับเคลื่อนไหวไปมาแบบไม่ติดขัด ซึ่งเป็นผลดีต่อนักกีฬาให้สามารถเล่นกีฬาได้คล่องแคล่วยิ่งขึ้น

4.เครื่องดื่มประเภทวิตามิน

เครื่องดื่มวิตามินมีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทุกคน แต่ก็ต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกชนิดที่เสริมวิตามินที่ร่างกายขาดแคลน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วประเทศไทยมักจะผลิตเครื่องดื่มวิตามิน B12 และจะไม่นิยมผลิตเครื่องดื่มวิตามินประเภทอื่น ๆ มากนัก ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มผสมวิตามินที่ผลิตในต่างประเทศ จะมีประเภทวิตามินที่หลากหลายกว่า

ก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องดื่มที่ช่วยบำรุงสุขภาพ ให้ตรวจเครื่องหมาย อย.ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย และนอกจากเครื่องดื่มดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพที่สำคัญที่สุดและร่างกายขาดไม่ได้เลยเพื่อระบบการไหลเวียนที่ดี นั่นก็คือ น้ำเปล่า เพราะเป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

พญานาค ความศรัทธา จากศาสนาสู่วิถีเศรษฐกิจชุมชน

พญานาค

พญานาคเป็นสัตว์ในตำนานซึ่งยังไม่มีใครเคยพบเห็นหรือพิสูจน์ได้ แต่ทว่ามีจารึกตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคที่ผูกพันกับพุทธศาสนาและวิถีชีวิตของผู้คนมาช้าอย่างนาน ดังเช่น ปรากฏในคัมภีร์พุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งมีความเก่าแก่และยาวนานก่อนสมัยพุทธกาล คัมภีร์ได้กล่าวถึง ชาติกำเนิด อำนาจฤทธิ์เดช ถิ่นที่อยู่ รูปร่างและอุปนิสัยของพญานาคไว้อย่างชัดเจน ในทศชาติสุดท้ายก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงตรัสรู้ฯ และแม้ว่ายุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไป ความศรัทธาในองค์พญานาคกลับยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น ด้วยความสำเร็จหลากหลายโครงการอันเกิดจากนาคาบันดาล แสดงให้เห็นบทพิสูจน์แห่งความศรัทธาจากตำนานในพระพุทธศาสนาที่ถูกนำมาใช้เป็นกุศโลบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนให้เจริญขึ้นได้ ดังตัวอย่างของความศรัทธาจากพญานาค ดังต่อไปนี้

มีบางตำราสืบค้นได้พญานาคว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย เพราะมนุษย์เกรงกลัวพิษร้ายของงู จึงให้ความเคารพนับถือและบูชางู ส่วนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อกันว่า แม่น้ำโขงเป็นปากทางเข้าสู่เมืองบาดาล มีเรื่องราวจากภูริทัตชาดก พระพุทธองค์เสวยพระชาติเป็นภูริทัตตนาคราช รวมถึงมีเรื่องที่พญานาคได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา จนปรากฏอยู่ในพุทธบัญญัติเกี่ยวกับการขอบวชในพระพุทธศาสนา และปรากฏเป็นงานพุทธศิลป์อย่างเช่น พระพุทธรูปปางนาคปรก ในส่วนของวัฒนธรรมอีสาน พบว่าชาวอีสานความศรัทธาและผูกพันกับพิธีกรรมทางศาสนาและประเพณี เช่น งานบุญบั้งไฟ ไหลเรือไฟ พิธีบูชาพญาสัตตนาคา และประเพณีเหล่านี้ถือเป็นวิธีอันแยบยลในการเผยแพร่หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ความเชื่อและความศรัทธาในองค์พญานาค ที่เป็นแรงผลักดันให้ เด็กชายลูกช่างทอง กลายมาเป็นเจ้าของผลงานเครื่องประดับซึ่งเป็นที่ยอมรับและนิยมอย่างแพร่หลายในวันนี้ และด้วยจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำให้เขาได้มีส่วนในการสร้างสรรค์งานพุทธศิลป์ให้กับบ้านเกิด คือ “เกศพระพุทธรูปหลวงปู่ดำ” พระประธาน ณ พระอุโบสถ วัดพระธาตุบังพวน จ.หนองคาย นายพ ลั ฎ ฐ์ กุ ล จิ ต ติ เ ศ ร ษ ฐ์ กวงทอง จ.หนองคาย เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าของร้านกวงทอง จ.หนองคาย ผู้ที่ผสมผสานงานศิลปะกับความศรัทธาที่มีต่อองค์พญานาคอย่างวิจิตรบรรจง เป็นผลงาน “ตลับพระลาย 15 ค่ำ” ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ด้วยแรงบันดาลใจจากความศรัทธาของชาวหนองคายที่เชื่อว่า พญานาคจะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ด้วยการพ่นลูกไฟเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษาของทุกปี

ศิลปะเชิงช่างอันวิจิตรนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความฝีมือและความรู้ที่สืบทอดจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ผสานพลังความศรัทธาในองค์พญานาคของลุ่มน้ำโขง จ.หนองคาย บนพื้นฐานแห่งความขยันซื่อสัตย์อดทนและไม่ยอมจำนนต่ออุปสรรค นำพาชีวิตของคนในครอบครัวมีความสุขและความเจริญงอกงามขึ้นโดยลำดับ ทั้งยังส่งต่อพลังแห่งความศรัทธานี้ไปสู่การสร้างงานฝีมือในชุมชน และกระจายรายได้ต่อยอดสู่การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าทอพื้นเมืองของจังหวัดหนองคาย ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งในแนวทางที่ยั่งยืน

แม้หลายคนจะมีคำถามว่า พญานาคจะคุ้มครองผู้มีศรัทธาจริงหรือ คำตอบที่ดีที่สุด ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ ดังเช่น ความหมายของการความเพียรและการทำความดีอย่างไม่ลดละของพระพุทธเจ้า ทำให้พญานาคมุจลินทร์เกิดความเลื่อมใสศรัทธา และปกป้องพระองค์ขณะที่ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ในระหว่างที่เกิดพายุฝนตกหนัก ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม เช่นเดียวกับความศรัทธาของมนุษย์ที่สามารถนำพาชีวิตของตนไปสู่ความสำเร็จ มีชื่อเสียงและยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับวิถีเศรษฐกิจของชุมชนบ้านเกิดได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

คิดจะเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก จะต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

เตรียมพร้อม ก่อนเดินทางทั่วโลก

ในช่วงปี 2020 การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ว่าจะไปเยือนประเทศใดก็ตาม คุณจะต้องใส่ใจในเรื่องของมาตรการความปลอดภัยของไวรัสโควิด-19 คู่กับการเตรียมเรื่องของเอกสารหลักฐานต่าง ๆ รวมถึงมีของใช้ที่จำเป็นเพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินอีกด้วย โดยรวมแล้ว ถ้าจะไปเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ คุณต้องเตรียมพร้อมอะไรบ้าง

ติดตามข่าวสารเรื่องโควิด : มีบางประเทศที่เริ่มกลับมากระตุ้นการท่องเที่ยวอีกครั้ง เช่น ประเทศญี่ปุ่น ที่อนุญาตให้ชาวไทยเข้าประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ซึ่งคุณต้องศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจไปเที่ยว และเมื่อคุณกลับมาประเทศไทยแล้ว ยังอาจจะต้องถูกกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการด้วย ดังนั้นในขั้นตอนการวางแผนกำหนดวันท่องเที่ยวในปี 2020 นี้ คุณต้องติดตามข่าวสารและนโยบายที่เป็นทางการจากแต่ละประเทศด้วย

เตรียมเอกสารพาสปอร์ตให้พร้อม : พาสปอร์ตและเอกสารสำคัญต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และควรทำสำเนาไว้หลาย ๆ ชุดด้วย หากเกิดปัญหากระเป๋าสตางค์หาย หรือกระเป๋าเดินทางยังไม่ได้อยู่กับตัว คุณจะได้หยิบเอกสารแสดงตัวตนได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือใด ๆ สถานที่ติดต่อที่สำคัญ คือ สถานกงสุลประจำประเทศนั้น ๆ ที่คุณต้องมีที่อยู่ไว้ เพื่อเดินทางไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

สิ่งยืนยันการจองเที่ยวบิน โรงแรมที่พัก ตลอดจนทัวร์ต่าง ๆ : เอกสารยืนยันการจองล่วงหน้า ไม่ว่า โรงแรมที่พัก เที่ยวบินขาไป-ขากลับหรือทริปในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ต้องจองล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนการเข้าชมหรือจำนวนรอบต่อวัน คุณควรที่จะทำสำเนาเอาไว้ 1-2 ชุด และเก็บรักษาเอกสารไว้กับตัวเป็นอย่างดีเพื่อการตรวจสอบและป้องกันการสูญหายด้วย

ยาที่คุณใช้ประจำตัว : คุณต้องศึกษากฎหมายของแต่ละประเทศ ว่าคุณสามารถพกยาประจำตัวไปได้มากน้อยอย่างไร และต้องมีเอกสารยืนยันว่าเป็นยาที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ภายใต้ใบสั่งยาจากแพทย์ด้วยหรือไม่ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเมื่อคุณเดินทางไปประเทศปลายทางและถูกตรวจค้นกระเป๋า ทั้งนี้ ยังรวมถึงพลาสเตอร์ยาและยาใส่แผลสด หากคุณเกิดอุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้ม หรือสะดุดสิ่งกีดขวางในขณะที่เดินทางท่องเที่ยว จะได้หยิบใช้อย่างสะดวกรวดเร็ว

เงินสดในสกุลประเทศนั้น ๆ : การซื้อข้าวของเครื่องใช้ในประเทศต่าง ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางนั้น นอกจากการใช้บัตรเครดิตแล้ว คุณยังต้องมีเงินสดติดตัวไว้บ้าง เพราะคุณอาจจะต้องซื้อของในร้านค้าชุมชน แลกซื้อบัตรรถไฟฟ้า ซื้ออาหารและน้ำในระหว่างการเดินทางที่ห่างไกลตัวเมือง ซึ่งไม่ใช่ทุกร้านที่จะรับบัตรเครดิต คุณจึงต้องแลกเงินสดในสกุลของประเทศปลายทางไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อให้สามารถหยิบใช้ได้ทันที ประหยัดเวลาท่องเที่ยวไปได้อย่างมาก

การเดินทางไปต่างประเทศหรือท่องเที่ยวทั่วโลกนั้น คุณต้องเตรียมตัวหลายอย่าง และที่สำคัญ คือ การวางแผนที่ดี จะทำให้คุณเดินทางได้อย่างราบรื่นและท่องเที่ยวได้ตามแผนที่วางไว้

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

พนักงานถือว่าเป็นทรัพยากรอันดับหนึ่งขององค์กรที่เป็นหลักประกันในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ ซึ่งลักษณะของพนักงานมี 2 แบบ คือ แบบที่หนึ่ง พนักงานที่มีความปรารถนาที่จะทำงานให้กับองค์กรด้วยการทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์และไม่คิดจะลาออกไปไหน แต่ไม่คิดจะพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าต่อไป ซึ่งแตกต่างกับแบบที่สอง พนักงานที่มีความผูกพัน จนมีความทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จโดยไม่คำนึงถึงความลำบากของตัวเอง เราจึงมีผลสำรวจ ตัวอย่างพร้อมเทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรแบบซื้อไม่ได้ด้วยเงิน ดังต่อไปนี้

ผลสำรวจความผูกพันที่พนักงานมีต่อองค์กร

การสำรวจ 140 ประเทศ จากพนักงาน 150,000 คน มีพนักงานเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่มีความผูกพันต่อองค์กร และพนักงาน 63 เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่มีความผูกพันต่อองค์กร ส่วนพนักงานที่เหลืออีก 24 เปอร์เซ็นต์ เป็นพนักงานที่ชอบเผยแพร่ความคิดในแง่ลบเพราะไม่มีความรักต่อองค์กรเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่มีความสุขในการทำงาน

ตัวอย่าง องค์กรที่พนักงานมีความผูกพันแบบซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

บริษัท องค์กร ห้างร้าน ราชการหรืออื่น ๆ ล้วนต้องการพนักงานที่มีความจงรักภักดี ทุ่มเทอุทิศตน เพื่อที่จะได้มีความเติบโตและขยายกิจการ เช่น การเติบโตของกูเกิ้ลซึ่งเป็นบริษัทที่มีการขยายกิจการอย่างกว้างขวาง จนมูลค่าหุ้นของบริษัทประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเท่ากับ GDP ของประเทศไทย เนื่องจากเป็นบริษัทที่ไม่ใช่เฉพาะหาข้อมูลอย่างเดียว แต่ยังมีแผนที่ดูโลกทั้งใบ ไม่ว่าจะเป็นเมืองหรือสถานที่ตรงไหนก็ตาม และยังสามารถนำรถติดกล้องแล้ววิ่งถ่ายภาพเก็บไปทั่ว สามารถดูวิวของพื้นที่ในเมืองแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดกูเกิ้ลเป็นล้านเล่มทั่วโลก จุดประสงค์ให้ผู้คนค้นดูได้ในห้องสมุดออนไลน์ รวมถึงยังจะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรูปแบบ Wi-Fi ในราคาถูกให้กับผู้คน 3,000 ล้านคนในโลก ไม่ว่าจะอยู่ชนบทก็ตาม เนื่องจากได้ข่าวว่ากูเกิ้ลซื้อดาวเทียม 180 ดวง ไปกุมพื้นที่โลกเป็นจำนวนเงิน 90,000 กว่าล้านบาท

การที่ Google ประสบความสำเร็จเริ่มจาก Search Engine ค้นอะไรก็เจอไปหมด บอล เกม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิธีทำอาหาร จนต่อมาประสบความสำเร็จกับ playstore ในมือถือแอนดรอย การให้บริการของกูเกิ้ลทำให้ผู้ใช้คาดไม่ถึงว่าจะให้ได้ขนาดนี้ เหตุผลก็เพราะว่ากูเกิ้ลสามารถทำให้พนักงาน มีความรักและมีไฟในการทำงาน ด้วยการให้ความสะดวกได้อย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหารที่เลี้ยงฟรี นอนที่เก้าอี้นอนโดยมีที่คลุมศีรษะเพื่อไม่ให้มีการรบกวนของแสงและเสียงของคนอื่น อาบน้ำในเวลาไหนก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำ ลานโบวิ่ง สนามเปตอง โรงยิม สิ่งเหล่านี้เป็นการเอาใจพนักงานให้มีความรู้สึกเหมือนบ้านแบบไม่ต้องไปไหนเลย รวมถึงให้พนักงานทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อที่จะให้เวลาพิเศษ 1 วัน ว่าอยากทำอะไร

ด้วยการรวมกลุ่มกันสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ หากมีแนวความคิดที่ดีและประสบความสำเร็จ จากพนักงานธรรมดาก็มีสิทธิ์กลายเป็นผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นได้ เมื่อบริษัทให้พนักงานอย่างยุติธรรมทำให้มีบัณฑิตที่จบใหม่แห่มาสมัครประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้บริษัทอื่น ๆ แม้กระทั่งบริษัท ไมโครซอฟท์ ยังไม่เทียบเท่าเลย จึงต้องรอบริษัทกูเกิ้ลรับไปก่อน หากคนสมัครเหลือ บริษัทอื่นค่อยมารับส่วนที่เหลือ

เทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงาน

คัดเลือกพนักงานให้เหมาะสมกับองค์กรในการสร้างทีมทำงานด้วยกัน โดยเฉพาะผู้บริหารหรือผู้จัดการ เพราะจากการวิจัยได้กล่าวว่า ผู้บริหาร 1 คนที่ไม่ทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่จะส่งผลให้พนักงานอีก 3 คนไม่ทุ่มเทในการทำงานเช่นเดียวกัน

เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้จุดแข็งในการทำงาน เนื่องจากเมื่อได้ให้พนักงานทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้ นอกจากนี้เปิดโอกาสให้พนักงานมีอิสระทางความคิดและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ก็จะทำให้รู้สึกว่ามีส่วนร่วมจนอยากพัฒนาให้บริษัทให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ เช่น การทำเป้าหมาย วัตถุประสงค์ขององค์กรหรือต้องการปรับปรุงองค์กรให้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งเป็นการสื่อสาร 2 ทาง จึงเป็นเหตุผลทำให้พนักงานเกิดภาคภูมิใจในตัวเอง ทำงานอย่างมีความสุขและรักองค์กรมากขึ้น

สนับสนุนและชี้แนวทางความก้าวหน้าให้กับพนักงานด้วยการดูแลผลงานของพนักงานแต่ละคนว่าสามารถเติมเต็มให้สมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานในระดับไหนก็ตาม เพราะทุกคนก็ล้วนต้องการความสำเร็จในสายงานของตัวเอง

การสร้างบรรยากาศให้มีความผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด อาจจะมีนโยบายการเสริมสร้างสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย อยู่ดีกินดี รวมไปถึงความปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน จะได้มีความคิดสร้างสรรค์ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การสำรวจทั้งโลกจากจำนวนล้านคน ได้ข้อสรุปพบว่า เงื่อนไขสำคัญ คือ การสร้างหัวใจที่มีไฟพร้อมทุ่มเทการทำงาน ส่วนเรื่องเงินยังถือว่าเป็นเงื่อนไขรอง เพราะฉะนั้น จะดีไม่น้อยเลยหากองค์กรต่าง ๆ จะได้นำเทคนิคการสร้างความผูกพันของพนักงานที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงินจากที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นไปปรับใช้ เพื่อความสำเร็จขององค์กร

How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย ป้องกันความล้มเหลวในชีวิต

How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย ป้องกันความล้มเหลวในชีวิต

นิสัยดีจะนำพาความสุขและความสำเร็จในชีวิต ในทางตรงข้ามหากมีนิสัยไม่ดีหรือที่เรียกว่า นิสัยอันตราย สะสมมาก ๆ ก็จะนำพาไปสู่ความล้มเหลว ไม่ก้าวหน้าหรือไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเพราะเปรียบเสมือนการสะสมสารพิษในร่างกาย เมื่อมีปริมาณมากพอก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ คนเราจึงควรสำรวจตัวเองว่ามีนิสัยอันตรายหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมี How to วิธีจัดการกับนิสัยอันตรายเพื่อป้องกันความล้มเหลวในชีวิต ดังต่อไปนี้

วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย

รู้จักคุณค่าของเวลามากขึ้น

นักธุรกิจท่านหนึ่ง ชื่อ Mr.Richard Branson ได้กล่าวไว้ว่า นักลงทุนทางการเงินที่ประสบความสำเร็จ จะทราบว่าเวลามีคุณค่ามากกว่าเงินเสียอีก หากใครที่มีนิสัยอันตรายที่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อสร้างสรรค์อะไรให้กับตัวเอง คนในครอบครัวและสิ่งแวดล้อมรอบตัว จึงควรเปลี่ยนนิสัยเสียใหม่ด้วยการเริ่มต้นคิดว่าเวลามีประโยชน์ในการพัฒนาตัวเอง สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ อย่างมากมายจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

การขจัดนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง

การทำงานไปเรื่อย ๆ ด้วยการคิดว่า ยังไม่อยากทำงานตอนนี้ พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้ เมื่อมาถึงวันที่กำหนดส่งงานก็รีบทำ ทำให้งานคั่งค้างกลายเป็นดินพอกหางหมูหรืองานที่ได้ส่งไปไม่มีประสิทธิภาพ จึงควรกำจัดนิสัยอันตรายในลักษณะนี้ คือ ให้คิดถึงความตายบ่อย ๆ ชีวิตอยู่บนโลกได้อย่างจำกัด พร้อมคิดว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาได้ทำสิ่งดี ๆ ในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าการคิดถึงความตายเหมือนจะเป็นความคิดที่แรงแต่ก็ทำให้มีกำลังใจในการทำงานให้เสร็จและมีคุณภาพตามที่ได้ตั้งไว้

ขจัดนิสัยไม่รู้ร้อน

คนที่มีนิสัยไม่สนใจสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือสังคมจะเปลี่ยนไปแล้วขนาดไหนก็ตาม ก็ไม่รู้สึกว่าจะเดือดร้อนอะไร ทำให้ใช้ชีวิตแบบเดิมหรือทำงานแบบเดิม ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนิสัยอันตรายเพราะหากไม่เปลี่ยนแปลงถือว่าเป็นการถอยหลังเข้าคลองหรือมีชีวิตอยู่กับที่ และถ้าได้สังเกตคนรอบตัว ก็จะพบว่าเขาพัฒนากันไปหมดแล้ว วิธีแก้ไขนิสัยอันตรายในลักษณะนี้ คือ ให้มีการปรับปรุงด้วยการรับรู้ความเป็นไปของสังคม และเข้าหาสังคมสมัยใหม่เพื่อให้ชีวิตได้พัฒนาและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขจัดนิสัยความกลัว

หากมีนิสัยมีความกลัวทุกครั้งเวลาที่จะทำอะไร ก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสความสำเร็จได้ เช่น มีความคิดว่า ตัวเองไม่มีความรู้และความสามารถในการลงทุนเพราะกลัวประสบความล้มเหลวจึงไม่ได้ลองทำธุรกิจสักที เพราะฉะนั้น ให้ชนะนิสัยความกลัวด้วยการยอมรับว่ากลัวอะไร แล้วก้าวข้ามด้วยการลงมือทำทั้ง ๆ ที่กลัว เปรียบเสมือนเด็กตัวเล็กที่เพิ่งหัดเดิน ช่วงแรก ๆ ก็จะหกล้มบ่อยแต่ก็ไม่ยอมแพ้และเอาชนะความกลัวด้วยการหัดเดินเรื่อย ๆ ในที่สุดก็เดินได้

นิสัยอันตรายดังกล่าวข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีนิสัยอันตรายอีกหลายอย่างที่นำพาความล้มเหลว เช่น ชอบแก้ตัวเป็นประจำด้วยการหาเหตุผลต่าง ๆ มาอ้างซึ่งบ่งบอกว่าไม่พร้อมพัฒนาตัวเอง นิสัยอวดดีอวดเก่งทั้งที่ไม่เก่งอย่างที่พูดไว้ การทำตัวเหนือกว่าคนอื่น นิสัยโลเลทำให้ไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ใครพูดอะไรมาก็ไปตามกระแสหรือแคร์ไปหมด ทั้งที่ตัวเองทำถูกแล้ว นิสัยอิจฉาริษยาหรือรู้สึกทนไม่ได้เมื่อเห็นคนอื่นดีกว่าตัวเอง เป็นต้น ดังนั้น ควรรู้เท่าทันนิสัยอันตรายของตัวเองเพื่อจะได้เลิกนิสัยนั้น คงเหลือแต่นิสัยที่นำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้นนั่นเอง

วิธีจัดการกับนิสัยอันตราย